17 Feb 2026
ในยุคที่โทรศัพท์มือถือกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน หลายคนอาจเคยหยิบมือถือขึ้นมาโทร ส่งข้อความ หรือเล่นโซเชียลมีเดียขณะขับรถ โดยไม่ทันคิดว่าพฤติกรรมเล็ก ๆ นี้ อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ การใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถยนต์ ไม่เพียงเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และผู้ใช้ถนนคนอื่นอย่างมาก
การใช้โทรศัพท์มือถือทำให้สมองต้องแบ่งความสนใจออกจากถนน ไม่ว่าจะเป็นการมองหน้าจอ การกดพิมพ์ หรือการคุยโทรศัพท์ ล้วนทำให้ผู้ขับขี่เสียสมาธิ และละสายตาจากถนนโดยเฉลี่ยนานถึง 4.6 วินาที ซึ่งช่วงเวลาสั้น ๆ นี้อาจเพียงพอให้เกิดอุบัติเหตุได้
เมื่อสมาธิถูกรบกวน การตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินจะช้าลง ไม่ว่าจะเป็นการเบรกกะทันหัน หรือการหักหลบ ส่งผลให้ความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นมากกว่า 20 เท่า ทั้งการชนท้าย การเฉี่ยวชน หรือการชนคนเดินถนน ซึ่งอาจนำไปสู่การบาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิตได้
ในประเทศไทย การใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถถือเป็นความผิดตามกฎหมายจราจร แม้ในขณะรถติดหรือรอไฟแดงก็ยังถือว่ามีความผิด โดยมีโทษดังนี้
อุบัติเหตุจากการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ ไม่เพียงทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและร่างกาย แต่ยังสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน รถยนต์ และส่งผลกระทบทางจิตใจต่อครอบครัวของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น ปวดตา ตาแห้ง ตาแดง และปวดศีรษะจากการจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน
ในบางกรณี หากอุบัติเหตุเกิดจากการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ บริษัทประกันอาจพิจารณาความรับผิดหรือเงื่อนไขความคุ้มครองแตกต่างจากปกติ ทำให้ผู้ขับขี่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมมากกว่าที่คาดคิด
การไม่ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ คือการแสดงความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้ใช้ถนนทุกคน เพียงแค่วางมือถือ มีสติอยู่กับถนน ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุและทำให้ทุกการเดินทางปลอดภัยยิ่งขึ้น และเพื่อความอุ่นใจที่มากกว่า การมี ประกันรถยนต์ที่คุ้มครองครบ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นจริง คุณจะไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพียงลำพัง ทั้งค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล และความเสียหายต่อบุคคลที่สาม ขับขี่อย่างมีสติ พร้อมมีประกันรถยนต์ดี ๆ เคียงข้างทุกเส้นทาง เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจในทุกวัน